การติดตามและประเมินผลการทดลองปฏิบัติงานในกรณีปรับตำแหน่ง (เช่น การเลื่อนระดับที่สูงขึ้น ) มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นการยืนยันว่าบุคลากรผู้นั้นมีความรู้ ความสามารถ และทักษะที่เหมาะสมกับบทบาทใหม่ที่มีความรับผิดชอบมากขึ้น เพื่อให้การประเมินมีความเป็นธรรมและมีประสิทธิภาพ
- ความพร้อม (Readiness) ตรวจสอบว่าพนักงานสามารถรับมือกับความกดดันและความซับซ้อนของตำแหน่งใหม่ได้จริง
- การปรับตัว (Adaptability) ดูการปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมการทำงานในระดับเจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไปหรือระดับที่สูงขึ้นได้
- การพัฒนา (Development) ระบุจุดที่ต้องเสริมสร้างศักยภาพ (Gap Analysis) เพื่อความมั่นคงในตำแหน่ง
- การกำหนดตัวชี้วัดในช่วงเริ่มต้นของการปรับตำแหน่ง (มักเป็นช่วง 3-6 เดือนแรก) หัวหน้าฝ่ายและพนักงานควรตกลงกันเรื่องเป้าหมายหลัก สิ่งที่คาดหวังให้สำเร็จในระยะสั้นได้ตามกำหนดระยะเวลาที่ตั้งไว้
- สมรรถนะ (Competency) ทักษะเฉพาะทางที่ตำแหน่งใหม่ต้องการ (เช่น ทักษะการตัดสินใจ, การบริหารทีม,การมีภาวะผู้นำ,การแก้ปัญหาและความร่วมมือกับผู้อื่น
- การติดตามผลระหว่างทาง (On-going Monitoring) ไม่ควรประเมินเพียงครั้งเดียวตอนครบกำหนด แต่ควรมีการพูดคุยกันทุกเดือนเพื่อดูความคืบหน้า การให้คำแนะนำทันทีเมื่อพบปัญหา เพื่อให้พนักงานมีโอกาสปรับปรุงตัวก่อนถึงวันประเมินจริง
- เกณฑ์การประเมินผล (Evaluation Criteria) ควรแบ่งสัดส่วนการคะแนนดังนี้ผลสัมฤทธิ์ของงาน (60-70%) ปริมาณงาน คุณภาพ และความรวดเร็ว พฤติกรรมการทำงาน (30-40%) การภาวะผู้นำ การแก้ปัญหา และความร่วมมือกับผู้อื่น