การจัดทำรายงานขอซื้อ/ขอจ้างและรายงานผลการจัดซื้อจัดจ้าง (กรณีวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท)
การจัดซื้อจัดจ้างเป็นกระบวนการที่มีความสำคัญยิ่งต่อการบริหารหน่วยงาน เนื่องจากเป็นกลไกหลักในการจัดหาพัสดุ ครุภัณฑ์ และบริการต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของหน่วยงานให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้ ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างเป็นกระบวนการที่มีความสำคัญยิ่งต่อการบริหารหน่วยงาน เนื่องจากเป็นกลไกหลักในการจัดหาพัสดุ ครุภัณฑ์ และบริการต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของหน่วยงานให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้ ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และหนังสือเวียน/แนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกำหนดขั้นตอน วิธีการ และหลักเกณฑ์ในการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในแต่ละวงเงินและวิธีการไว้อย่างชัดเจน
สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างที่มีวงเงินครั้งหนึ่งไม่เกิน 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) ซึ่งอยู่ในอำนาจอนุมัติของหัวหน้าหน่วยงาน ถือเป็นการจัดซื้อจัดจ้างที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในการปฏิบัติงานประจำวัน และมีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนภารกิจของหน่วยงานให้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ผู้ปฏิบัติงานด้านพัสดุจำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจในขั้นตอนการจัดทำรายงานขอซื้อขอจ้าง การพิจารณาคัดเลือกผู้ขายหรือผู้รับจ้าง การจัดทำรายงานผลการพิจารณาและขออนุมัติสั่งซื้อสั่งจ้าง ตลอดจนการจัดทำเอกสารหลักฐานประกอบให้ครบถ้วนถูกต้องตามระเบียบ เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจก่อให้เกิดความล่าช้าหรือความเสียหายแก่ทางหน่วยงาน
คู่มือปฏิบัติงานฉบับนี้จึงจัดทำขึ้นเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานสำหรับเจ้าหน้าที่พัสดุและผู้เกี่ยวข้อง ให้สามารถดำเนินการจัดทำรายงานขอซื้อขอจ้างและรายงานผลการจัดซื้อจัดจ้าง สำหรับวงเงินจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งไม่เกิน 100,000 บาท ได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และสอดคล้องกับระเบียบ กฎหมาย และหนังสือสั่งการที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวดเร็ว ลดข้อผิดพลาดในการปฏิบัติงาน และเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทั้งในปัจจุบันและเจ้าหน้าที่ที่จะเข้ามาปฏิบัติงานทดแทนในอนาคต รวมถึงสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการควบคุมกำกับการปฏิบัติงาน ของหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

